Filed under: Uncategorized
ย้ายไปที่นี่ก่อนนา
http://thewetchild.multiply.com/
แล้วเจอกัน
Filed under: shots
จากความเดิมตอนที่แล้ว (ซึ่งนานมากอยู่ 555 )
จนถึงตอนนี้ เรื่องสั้นที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในหัวก็ยังไม่มีโอกาสได้รับอากาศบริสุทธิ์ (หรือไม่) เสียที
จนคราวนี้ก็ด้วย
แค่แวะมาบอกันว่าอย่าเพิ่งลืมกันไปไหน
ยังอยู่ดี มีความสุข (บ้าง) ตามประสามนุษย์น้อยคนหนึ่งพึงมี
หวังว่าอีกไม่นาน
ตัวละครต่างๆจะออกมาพบโลกภายนอก
เร็วๆนี้
คำสั้นๆ
แต่น้อยคนนักที่จะได้รู้จักมันอย่างแท้จริง
เพราะเพื่อนมีหลายแบบ
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนแบ่งประเภท
แต่
เพื่อนก็พิสูจน์ได้ด้วยตัวเราเองได้ว่าไม่ได้มีลักษณะเดียวจริงๆ
เพื่อนเที่ยว เพื่อนร่วมโลก เพื่อนเรียน เพื่อน…
มากมายก่ายเพื่อน
เพื่อน แม้จะไม่นับเป็นเพื่อนแท้ แต่ก็น่าจะมีความจริงใจอยู่ในนั้น
เพื่อนไม่น่าจะอิจฉาเพื่อน
เพือนไม่น่าจะเห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าการได้มาโดยเบียดบังเพื่อน
…เพื่อนไม่น่าจะทำร้ายเพื่อนไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม…
ไม่อย่างนั้น–เราจะเสียเวลาเข้าใจว่าคนคนนี้เป็นเพื่อนเราทำไม
ในเมื่อยังมีคำว่า “คนรู้จัก” ให้ใช้อยู่เช่นกัน
อยู่ใกล้หมาบางทียังรู้สึกปลอดภัยมากกว่าอยู่ใกล้คนบางคนเลย
ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ
ไม่นานนักสายฝนก็โปรยปรายลงมาราวกับว่าผ่านทางโดยมิได้นัดหมาย
………………
สามชั่วโมงผ่านไป
………………………..
ฝนหายตกนานแล้ว
มีเพียงฉันที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ว่าพื้นจะแห้งหรือชุ่มไปด้วยน้ำก็ตาม
สาเหตุที่ฉันไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเพราะว่าฉันรอใครบางคนอยู่
ซึ่งนับจากทีพูดคุยกันครั้งสุดท้าย นับว่านานมากพอตัว
ข้อดีของฉัน (รึปล่าวไม่แน่ใจ) คือการอยู่เฉยๆได้เป็นเวลานาน
ฉันจึงไม่รู้สึกเดือดร้อนกับสถานการณ์เช่นนี้สักเท่าไหร่
แต่
มาคิดๆดูแล้ว
…การรอคอย…
ไม่ได้มีไว้สำหรับเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์
เช่นเดียวกับทุกเรื่องในชีวิต
มันย่อมมีข้อยกเว้น
เมื่อฉันคิดได้อย่างนั้น
ฉันจึงเดินออกมาจากที่ที่ฉันยืนอยู่
โดยไม่สนใจว่า
เมฆกำลังจะหอบเอาฝนมาอีกระลอกก็ตาม
เรื่องบางเรื่อง
มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่รู้
หลายครั้งนึกถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิตบ้าง
หน้าที่การงานที่มั่นคง
การได้อยู่ในที่ที่ต้องการ
ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี
ฯลฯ
อะไรต่อมิอะไรที่พยายามฝันใฝ่และเสาะหาเพื่อให้ได้มา
เพื่อวันหนึ่งพบว่าความพอใจของมนุษย์ยากที่จะมีที่สิ้นสุด
เมื่ออย่างหนึ่่งบรรลุ
ความต้องการต่อมาก็เข้าแถวรอ พร้อมจะสิงเราต่อไป
มีครั้งนึงเราอยากได้ของเล่นชิ้นนึงมาก นานมาแล้วและถ้าเทียบกับมูลค่าเงินของมัน…เรียกว่าไม่น้อยทีเดียว
ตามนิสัยลูกคนเล็กอย่างเรา…ร้องขอเท่านั้น
ไม่เคยมีที่ไม่ได้ (พบว่านั่นคือนิสัยที่เสียอย่างแรง)
แม่เราก็ผลัดวันไป ไม่ได้ซื้อให้สักที
เพราะทำงานยุ่งมากบ้าง
เหตุผลอื่นๆบ้าง
จนความไม่เคยรออะไรของเราก็แผลงฤทธิ์เข้า
“บ้านอื่นที่จนกว่าเราแม่เขายังซื้อให้ได้เลย” เราพูดแล้วก็ออกไปที่สวนสาธารณะพร้อมพี่ที่จะไปออกกำลังกาย
………………………………………………
เรานั่งมองแม่น้ำด้วยความขุ่นข้อง ในใจคิดแต่ว่าแม่ไม่รักเราเลย
…หลายนาทีต่อมา…
แม่นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาหาเรา
พร้อมกับของเล่นที่ว่าในมือ
หน้าแม่เต็มไปด้วยเหงื่อ แววตาบอกถึงความเหนื่อยล้า อาจจะทั้งกายและใจ
เหนื่อยกายที่ต้องรีบไปหาของเล่นที่ว่า
ใจเต็มไปด้วยความกังวลถึงความน้อยใจของลูก
เรามองแม่ด้วยความรู้สึกผิดมหันต์
คำพูดที่เอาแต่อารมณ์ของเราทำให้ผู้มีพระคุณ (ที่สุด) คนหนึ่งทุกข์ใจ
……………………….
วันนั้นไม่ใช่วันหยุด…สารภาพว่าจำวันที่ไม่ได้
แต่เท่าที่ติดอยู่ในใจ
คือปฏิญาณกับตัวเองว่า ต่อไปนี้จะไม่เรียกร้องอะไรจากแม่อีกแล้ว
เขาให้เรามามากพอแล้ว
และต่อจากนี้
คือช่วงเวลาตอบแทนเท่านั้น…
เราไม่รู้หรอกว่าแม่จำเหตุการณ์วันนั้นได้ไหม นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย
เมื่อเทียบกับสิ่งทั้งหมดทั้งมวลที่เขาเป็น
วันนี้วันแม่…และทุกวันก็เป็นวันแม่สำหรับเราเช่นกัน
แด่แม่ผู้เป็นท้องฟ้าของลูก
เคยไปที่ไหนสักที่แล้วพบว่ามันติดอยู่ในความรู้สึกของเราไหม แบบหล่อหลอมให้เราเป็นใครคนหนึ่งขึ้นมา
ไม่ใช่ผ่านแล้วผ่านเลยแบบไปซื้อบะหมี่หน้าปากซอยแล้วกลับเข้าบ้าน จบ…อะไรอย่างนั้น
ถ้ามี…จำได้ไหมว่ามันเกิดขึ้นตอนเราอายุเท่าไหร่
ถ้าวันไหนเบื่อกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบัน ลองกลับไปที่นั่นดู!!!
(แน่นอนว่าแต่ละที่ของคนแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันและเหตุการณ์ในใจอาจมีทั้งดีและร้าย-ไม่เป็นไร)
เผื่อว่า…ความเยาว์ในตัวเราจะกลับมาอีกหน
แม้ว่าสถานที่นั้นจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ตาม…
ว่าแต่…ถ้าเจอที่นั่นแล้ว รีบกลับไปเยือนดูสักครั้งกันเถอะ
ป.ล.ตอนนี้กำลังใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่วัย19ผันผ่าน









